"ความทรงจำที่หายไป":เรื่องสั้นวิชาภาษาไทย ขุดงานเก่าของนัก(อยาก)เขียนมาโพส
posted on 01 Mar 2008 16:20 by mewmewfish in Writeเอ็นทรี่นี้จะมาพูดถึงเรื่องของงานเขียนอีกรูปแบบนึงของเราเอง
นับว่าเป็นงานเขียนชิ้นเก่าเกือบจะที่สุดก็ว่าได้ค่ะ
ตั้งแต่สมัยม.ปลาย ปี2002
เป็นเรื่องสั้นในวิชาภาษาไทยโดยครูจะกำหนดคำมาให้
และให้เราเอามาเรียงต่อกันเป็นเรื่องค่ะ ความยาวนั้นก็ไม่เกินสองหน้ากระดาษเอสี่
แต่ละคำก็สุดจะบรรยายค่ะ ถึงกับต้องใช้พจนานุกรมเข้าช่วยก็มี
หน้าตาของคำก็ประหลาดๆ
แต่มันก็ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่ สำหรับนัก(อยาก)เขียนค่ะ
ตัวเนื้อเรื่องคร่าวๆก็มาจากเกมRPGในคอมค่ะ
เป็นเกมที่เราชอบมาก ด้วยว่ามันแปลกดีค่ะ
เพราะตัวเอกเป็นเหมือนศพเดินได้ ฆ่าก็ไม่ตาย(ฮ่าๆ)
แถมยังความจำเสื่อม ไม่รู้อีกแน่ะว่าตัวเองเป็นใคร
จนจบเกมก็ยังไม่รู้อยู่ดี
เอาล่ะ ร่ายซะยาว ลองมาอ่านกันดีกว่า
(สำนวนนี้มาจากต้นฉบับที่ทำการแก้ไขเมื่อปี2002
อาจแปร่งๆไปบ้าง ตามexpของคนเขียนเจ้าค่ะ)
ชื่อเรื่องคือ ความทรงจำที่หายไป
เช้ามืดของวันที่ฝนตกเฉอะแฉะ เหล่าคนที่สวมเสื้อคลุมมีฮู้ดสีน้ำตาลขะมุกขะมอมต่างยืนล้อมรอบร่างของชายผู้หนึ่ง เขาเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีแม้ใครในเมืองที่จะรู้จักชื่อของเขา ไม่มีใครเคยเห็นเขามาก่อน จนกระทั่งตอนรุ่งเช้า ร่างของเขาได้ถูกย้ายเข้าไปอยู่ในอาคารหลังหนึ่งซึ่งชาวเมืองเรียกว่า สุสานที่ตั้งอยู่กลางเมืองซิกิล(Sigil) อาคารหลังนี้เป็นสถานที่ที่คนลึกลับกลุ่มนี้ได้นำร่างผู้เสียชีวิตมาเก็บไว้ แต่ไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่าพวกเขามีจุดประสงค์อะไรกันแน่
“สวัสดี” เสียงนั้นอ่อนหวานแต่กลับเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด “คุณเป็นใคร ทำไมถึงไม่มีใครมาเยี่ยมคุณเลยตั้งแต่คุณมาที่นี่” เสียงนั่นพูดกับร่างของชายนิรนามซึ่งนอนอยู่บนแท่นหินขนาดใหญ่ ร่างของเขาขยับเล็กน้อย “ผมเป็นใคร ที่นี่ที่ไหน” เขาตอบช้าๆ แก้วตาที่ขุ่นมัวของเขากลับใส ดูมีชีวิต เขาลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล “ที่นี่คือสุสานกลางซิกิล” เจ้าของเสียงปรากฏตัว เธอเป็นหญิงสาวผิวขาวซีด สวมชุดสีฟ้าอ่อน เธอยิ้มให้ “ฉันชื่อวาลลี(Vally) ฉันเคยเห็นคุณมาก่อน” ชายนิรนามหันมาทางเธอ “คุณรู้ว่าผมเป็นใคร” “ไม่ค่ะ…ฉันไม่ได้รู้จักคุณ” เขานิ่งเงียบและพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาก่อนที่จะมานอนบนแท่นหินนี่ “ฉันจะพาคุณออกไป” เธอเดินกลับออกไปข้างนอกแล้วสักพักเธอก็เดินกลับมาพร้อมทั้งนำของบางอย่างขนาดเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มกลับมาด้วย “ทำไมคุณถึงช่วยผม คุณเป็นใครกันแน่” เธอขว้างสิ่งนั้นลงพื้นแล้วประตูมิติก็เปิดออก เธอยิ้ม “ฉันคือวาลลี ฉันอยู่ที่นี่มานานแล้ว เห็นคนอื่นๆเข้ามารับร่างเหล่านั้นไป”เธอชี้ไปทางแท่นหินเปล่า “แต่ไม่มีใครมารับฉัน ฉันจึงต้องอยู่ที่นี่เผื่อว่าวันหนึ่งจะมีใครมาพาฉันกลับบ้าน ที่ฉันช่วยคุณเพราะรู้สึกถูกชะตา เร็วเข้าเถอะค่ะ ก่อนที่จะมีใครมาเห็น” อีกฟากหนึ่งของประตูนั้นเป็นบ้านร้าง พอเขาก้าวผ่านเข้าไปประตูก็หายวับไปทันที
ตอนนี้เขายืนอยู่ท่ามกลางกองเสื้อผ้าขยุกขยุย ข้าวของอื่นๆถูกรื้อกระจัดกระจาย มีรอยเลือดแห้งกรังทั่วห้อง เขามองไปรอบๆ “เวลานี้ยังดึกอยู่คงจะไม่มีใครเห็น เราจะต้องรีบออกจากซิกิลให้เร็วที่สุด” แต่เขาคิดผิด ที่นี่ไม่ใช่ซิกิล หากแต่เป็นหมู่บ้านนอกเมืองที่วาลลีเคยอาศัยอยู่ ชายนิรนามก้าวเท้าออกไป อะไรบางอย่างปลิวเฉียดใบหูของเขา “แกเป็นใคร” เสียงของเด็กหนุ่มดังมาจากข้างหลัง เขาหันหลังกลับ “หยุดอยู่ตรงนั้นถ้าไม่อยากตาย แกต้องการอะไรจากที่นี่อีกในเมื่อแกทำลายมันหมดแล้ว” เขาเห็นประกายคมปลาบของมีดสั้น “วาลลีพาฉันมา” ชายหนุ่มตอบ ทำให้ท่าทีของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไป “เธออยู่ที่สุสานกลางซิกิล” เขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้เด็กหนุ่มฟัง “ฉันขอโทษ ไม่นึกว่านายจะเป็นเพื่อนกับวาลลี ฉันชื่อแรนดอล์ฟ(Randolf) ที่นี่คือบ้านของฉัน” เด็กหนุ่มเดินนำเขาออกมาจากบ้าน แสงจันทร์ทำให้ชายนิรนามเห็นว่าเด็กหนุ่มนั้นเป็นทีฟลิ่ง(Thiefling) ซึ่งมีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่มีหาง เขาสวมชุดหนังสีน้ำตาล “ฉันมาที่นี่เผื่อว่าเจ้าฆาตกรจะย้อนกลับมา บอกเท่านี้นายน่าจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น”เขานั่งลงบนขอนไม้ตะปุ่มตะป่ำข้างๆกองไฟหน้าบ้าน “นั่งสิ นายชื่ออะไรล่ะ”เขาจ้องตาชายนิรนามราวกับอ่านความคิดออก “ไม่ต้องตอบก็ได้ ฉันจะเรียกนายว่านีล(Neil) ตอนนี้พักผ่อนได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ซิกิล สบายใจเถอะ”
“เราต้องออกเดินทางแล้วนีล เร็วเข้า!” แรนดอล์ฟปลุกเขาแต่เช้ามืด ดวงจันทร์ยังไม่ลับขอบฟ้า “เกิดอะไรขึ้น” เขายังคงสะลึมสะลืออยู่ “กระฉับกระเฉงหน่อยสิ รีบๆลุกเร็วๆเข้า!”เสียงฝีเท้าของสัตว์บางอย่างควบใกล้เข้ามา เด็กหนุ่มวิ่งเข้าป่าที่อยู่ใกล้ๆอย่างรวดเร็ว ชายนิรนามรีบตามไปแต่เขาไม่เห็นแรนดอล์ฟเลยตลอดทางที่ผ่านมา จนในที่สุดเขาก็หยุดวิ่ง รอบๆตัวเขาเป็นดงมอสอันชุ่มชื่นไปด้วยหยาดน้ำค้างส่องประกายระยิบระยับใต้แสงจันทร์ สักพักใหญ่แรนดอล์ฟก็ปรากฏตัว “นายวิ่งสะเปะสะปะอย่างนี้เดี๋ยวก็หลงกันพอดี” เขาเดินโขยกเขยกออกมา “เธอวิ่งนำหน้าฉันมาไม่ใช่หรือ” เด็กหนุ่มปัดผมที่กระเซอะกระเซิงให้พ้นตา “เปล่าเลย ฉันวิ่งตามนายมาต่างหาก เจ้านั่นเกือบจะจับฉันได้…” อะไรอย่างหนึ่งตกลงบนดงมอส ทั้งสองเงียบไป ชายนิรนามตัดสินใจเดินเข้าไปดูใกล้ๆ “พวกซาคราบัส(Sacrabus)” แรนดอล์ฟบอก “ฉันไม่มีปัญญาไปต่อกรกับพวกนี้หรอกในตอนนี้ แค่เจ้าเซนทอร์(Centaur คนครึ่งม้า)บ้าเลือดนั่นก็แย่พอแล้ว” เขาทรุดตัวลงนั่งพิงกับต้นไม้ ชายนิรนามมองดูที่ร่างนั้น เธอเป็นหญิงสาวมีปีกเหมือนค้างคาว ผมสีทองนุ่มละมุนละไมของเธอตัดกับสีเขียวของมอส เธอค่อยๆลุกขึ้น “คุณเป็นใคร” “ผมไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นใคร” เธอมองเขาอย่างประหลาดใจ “ฉันเรียกเขาว่านีล”แรนดอล์ฟพูดขึ้น ท่าทางของเขาดูอ่อนเพลียมาก “เธอบาดเจ็บนี่ ฉันจะรักษาให้” หญิงสาวเดินเข้าไปหาแรนดอล์ฟ “ไม่ต้อง ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย และฉันก็ไม่อยากติดหนี้บุญคุณกับพวกซาคราบัสด้วย” เขาพยายามจะลุกแต่ก็ไม่มีแรงที่จะขยับตัว ชายนิรนามเพิ่งสังเกตเห็นว่าชุดหนังของเด็กหนุ่มนั้นชุ่มไปด้วยเลือด “ฉันชื่อเกรซ(Grace) ฉันจำได้ว่าเธอเคยช่วยฉัน” แรนดอล์ฟไม่พูดอะไรอีกและไม่นานเขาก็รู้สึกดีขึ้น บาดแผลหายไป
“พวกคุณกำลังจะไปที่ไหนกัน”เธอถาม “ผมกำลังค้นหาความทรงจำว่าผมเป็นใคร แล้วเกิดอะไรขึ้นกับผม” ชายนิรนามตอบ “แล้วคุณล่ะเลดี้เกรซ ทำไมคุณถึง…” “ฉันกำลังจะไปบริดจ์(Bridge)ค่ะ ตอนนั้นมีอะไรบางอย่างพุ่งผ่านฉันไป ฉันก็เลยตกลงมา” เด็กหนุ่มหยิบขนนกสีขาวให้ดู “ฉันคิดว่าเป็นดีวา(Diva)” ชื่อนี้ทำให้ภาพแววตาที่เหี้ยมเกรียม คำพูดที่คมคาย การบินอย่างฉวัดเฉวียนสะวี้ดสะว้าด และการต่อสู้อันดุเดือดหลั่งไหลเข้ามาในหัวของชายนิรนาม ตัวของเขาสั่นสะท้าน แล้วเขาก็ไม่รับรู้อะไรอีก
พอรู้สึกตัวเขาก็เห็นใครคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ปลายเตียง “อรุณสวัสดิ์ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง”เขากล่าวทักทาย ชายนิรนามรู้สึกเหมือนหัวของเขาจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ “ข้าคือเซิร์ท(Zert) ข้าพบท่านนอนหมดสติอยู่ในป่าก็เลยพาท่านมาที่นี่” เขาเป็นชายชาวกิทเซอเรีย(Githzeria)ท่าทางทะมัดทะแมง แววตาของเขาดูอ่อนโยน สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือใบหูเรียวยาวของเขากับแผ่นหินกลมขนาดเล็กสลักอักขระโบราณที่ห้อยไว้ที่เอว “แล้วเพื่อนๆของผมล่ะพวกเขาอยู่ที่ไหน” “เลดี้เกรซกับแรนดอล์ฟน่ะหรือ เลดี้เกรซน่ะงอนตุปัดตุป่องไปไหนข้าก็ไม่รู้ อีกเดี๋ยวเธอคงกลับมา ส่วนแรนดอล์ฟเขาออกไปสำรวจรอบๆ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ท่านทานยาแล้วพักอีกสักหน่อยเถิดจะได้หายดี”เขาลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้ชายนิรนามคิดทบทวนดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างตลอดเวลาที่ผ่านมา
ค่ำวันนั้นไม่มีใครเห็นวี่แววของเด็กหนุ่มเลย “นี่ก็มืดแล้ว ทำไมแรนดอล์ฟยังไม่กลับมา”ชายนิรนามถามขึ้น “ข้าจะออกไปตามให้ก็แล้วกัน” “ไม่จำเป็นหรอกเซิร์ท” แรนดอล์ฟยืนอยู่ตรงมุมห้อง ไม่มีใครรู้ว่าเขามานานแค่ไหนแล้ว “ฉันไปบริดจ์มา คนที่นั่นบอกว่าเคยเห็นนีลไปกับพวกดีวา” เขาพูดโดยไม่หันมามองชายนิรนาม “ฉันรู้สึกเหนื่อยอยากพักผ่อน เจอกันพรุ่งนี้เช้านะ” เขาเดินกลับไปที่ห้องพัก “ฉันว่าอย่าเพิ่งถามอะไรเขาตอนนี้เลยนะคะ” เกรซแนะ
คืนนั้นภาพการต่อสู้อันดุเดือดยังวนเวียนอยู่ในหัวของชายนิรนามและเขาก็รู้สึกตะครั่นตะครอเพราะฤทธิ์ยาตั้งแต่เช้า “เราเป็นใครกันแน่ ทำไมเราถึงจำอะไรไม่ได้เลย” ความรู้สึกเจ็บปวดที่แผ่นหลังปลุกเขาให้ตื่นขึ้นกลางดึก เขาเห็นแรนดอล์ฟยืนจ้องตาไม่กระพริบ “แรนดอล์ฟ เกิดอะไรขึ้นกับฉัน” ความเจ็บปวดทวีมากขึ้น “ไม่…ยาที่เซิร์ทให้นายกิน…” เสียงของเขาขาดห้วงไป “…ไม่จริงใช่ไหม นีล” สิ่งที่ทำให้ชายนิรนามเจ็บปวดนั้นก็คือ ปีกนกสีขาวที่งอกกลับคืนมา
“ใช่แล้วเขาเป็นพวกดีวา” เซิร์ทเดินเข้ามา สีหน้าของเขาราบเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “คุณรู้อยู่แล้วหรือ เซิร์ท” “ใช่ ข้าเคยเห็นท่านที่หมู่บ้านทีฟลิ่ง ท่านต่อสู้กับดีวาอีกตนเพื่อปกป้องหมู่บ้าน เขาเด็ดปีกของท่าน จากนั้นข้าก็ไม่เห็นท่านอีก ข้าเสียใจที่ช่วยท่านไม่ได้ แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้พบท่านที่กลางป่า” แรนดอล์ฟขยับเข้ามาใกล้ “ถ้าเช่นนั้นนายก็คือ เอดวาร์ด(Edward) ผู้ปกป้องป่าแห่งนี้ ส่วนดีวาอีกตนคือยูนีค(Unique) แต่ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาต้องการอะไร” “ถ้าท่านต้องการพบกับดีวาตนนั้น ข้าจะนำทางให้”เซิร์ทเสนอแนะ “ฉันว่าเราควรจะรีบเดินทาง ฉันรู้สึกอย่างนั้น” ชายนิรนามพูดขึ้น เขาเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก
เช้าวันรุ่งขึ้นเกรซดูไม่แปลกใจเลยที่รู้ว่าชายนิรนามเป็นดีวา “ยูนีคอาศัยอยู่บนยอดเขานั่น คนธรรมดาใช้เวลาเดินทางถึงเชิงเขาราวๆ9-10 วัน” เซิร์ทชี้ไปยังภูเขาด้านตะวันออก บนนั้นมีถ้ำขนาดใหญ่ที่สังเกตได้ง่าย “ฉันคิดว่าบินไปน่าจะเร็วกว่านะคะ”เกรซแนะนำ “ถ้าเช่นนั้น พวกเราไปสมทบกันที่ถ้ำใหญ่บนภูเขาก็แล้วกันนะนีล” แรนดอล์ฟพูดขึ้นแล้วเขาก็วิ่งหายเข้าไปในป่า
พวกเขาใช้เวลาห้าวันเดินทางไปถึงถ้ำใหญ่ “จากที่นี่ถึงยอดคงใช้เวลาอีกสองวัน พักที่นี่เอาแรงเสียหน่อยเถิดแล้วค่อยเดินทางต่อ” เซิร์ทบอก หลังจากพักเอาแรงสักสองสามชั่วโมงทุกคนก็ออกเดินทางอีกครั้ง เมื่อขึ้นไปถึงยอด บนนั้นเป็นลานหินกว้างมีเสาหินรายรอบ ตรงกลางลานมีแท่นหินสีดำ ความทรงจำของชายนิรนามเริ่มปรากฏขึ้นรางๆ เด็กหนุ่มเดินสำรวจไปรอบๆ “แรนดอล์ฟ!” เกรซร้องเตือน เด็กหนุ่มถูกโจมตีอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ “หนุ่มน้อยทีฟลิ่งช่างกล้าหาญเสียนี่กระไรที่มาถึงนี่ได้ แต่น่าเสียดายที่เจ้าจะไม่ได้กลับลงไปอีก!” มือขวาอันใหญ่ของดีวาตนนั้นรวบเข้าที่คอของเด็กหนุ่มซึ่งพยายามดิ้นรน “ยูนีค! ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้” ชายนิรนามพูดขึ้น “โอ้…เอดวาร์ด ข้านึกว่าเจ้าตายไปแล้วเสียอีก แต่ช่างเถอะ ข้าจะส่งเด็กนี่ลงไปข้างล่างก่อน ต่อไปก็เป็นเจ้า!” เขาเหวี่ยงเด็กหนุ่มลงไปจากยอดเขาอย่างง่ายดายเหมือนเหวี่ยงตุ๊กตาฟาง เขาหัวเราะราวกับคนเสียสติ เกรซบินตามร่างของเด็กหนุ่มลงไป “รักใคร่กลมเกลียวกันมากนัก ข้าจะส่งพวกเจ้าตามไปเอง!” ยูนีคเริ่มจู่โจมอีกครั้ง โดยใช้ดาบที่ได้จากหมู่บ้านทีฟลิ่ง ดาบซึ่งมีพลังอำนาจมากที่สุด ดาบซึ่งเคยเป็นของเอดวาร์ด “รับนี่ไป!”ลำแสงสีขาวพุ่งออกมาจากปลายดาบผ่านร่างของเซิร์ท เขาล้มลงในทันที “เซิร์ท!” “ทีนี้ก็เหลือแค่เจ้ากับข้า” ยูนีคโจมตีชายนิรนามอย่างรวดเร็ว แต่เขาสามารถหลบได้ “เราจะสู้กันเพื่ออะไร ยูนีค” ยูนีคยิ้มเยาะ “เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจแล้วนี่ เอดวาร์ด เจ้าได้อำนาจ เจ้าได้ทุกสิ่ง แต่ข้าไม่!” เขาโจมตีเอดวาร์ดอย่างต่อเนื่อง “เจ้าหนีตลอดไปไม่ได้หรอก” ยูนีคไม่ได้สังเกตว่าเซิร์ทกำลังร่ายเวทย์อยู่ “ไฟร์ แอนด์ ไอซ์ ! (Fire and Ice)” ลูกไฟสีแดงและสีฟ้าพุ่งเข้าใส่ยูนีคแล้วระเบิดออกเป็นเปลวเพลิงสีส้มและไอเย็นสีฟ้าจากน้ำแข็ง แต่ทว่ายูนีคไม่เป็นอะไรมากนัก เขาบินพุ่งตรงมาใช้ดาบแทงตรงกลางอกของเซิร์ท “ขนาดเดินยังกระเตาะกระแตะเลย เจ้าคิดว่าจะทำอะไรข้าได้กิทซ์เซอร์เรีย” เซิร์ทจ้องตอบด้วยสายตาที่ดุดัน “ชาโดว์แฟลร์! (Shadowflare)” เขาร้อง เปลวเพลิงสีดำพวยพุ่งขึ้นปกคลุมไปทั่วลานหิน “เซิร์ท!” เอดวาร์ดบินวนดูรอบๆ ยูนีคหายไป เหลือแต่ร่างของเซิร์ทนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้นที่เปรอะไปด้วยเลือด เกรซบินกลับขึ้นมา “ฉันหาเขาไม่เจอค่ะเอดวาร์ด” เอดวาร์ดหันกลับไปมองเธอแล้วส่ายหน้า “ไม่เป็นไร คุณรีบไปรักษาเซิร์ทเถอะ ผมจะหาเขาเอง” หญิงสาวบินไปหาร่างของเซิร์ท เธอเริ่มใช้มนต์รักษาทันใดนั้นเธอก็ถูกโจมตีด้วยลำแสงสีขาว “เอดวาร์ด!” เธอร้องเตือนเขา ยูนีคแทงเขาที่ไหล่ขวา ชายนิรนามผลักดีวาตนนั้นอกไป “ไปพบเพื่อนเจ้าในนรกเถอะ!” ชายนิรนามทิ้งตัวหลบการโจมตีต่อเนื่องของยูนีค แต่เขาก็บาดเจ็บไม่น้อย มีดสั้นเล่มเล็กปลิวหวือปักที่กลางอกอย่างแม่นยำ “ไม่ต้องลงไปหาข้างล่างหรอกนีล ฉันอยู่นี่แล้ว” เด็กหนุ่มปีนกลับขึ้นมา โครงสร้างของพวกทีฟลิ่งนั้นยืดหยุ่นรับแรงกระแทกได้ดี ทำให้เขาไม่บาดเจ็บมากนัก ยูนีคพูดอย่างโกรธแค้น“เจ้าเด็กเมื่อวานซืน!” เขาดึงมีดสั้นออกแล้วหันไปทางเอดวาร์ด “ข้าจะปิดบัญชีเดี๋ยวนี้ล่ะ” ดาบนั้นเปล่งแสงสีแดง ในตอนนี้ความทรงจำทุกอย่างของชายนิรนามกลับคืนมาแล้ว “จงหายไปซะ เอดวาร์ด!” “มิเรอร์! (Mirror)” เอดวาร์ดร่ายมนต์ เกิดแสงสว่างวาบและเสียงคำรามกึกก้อง
เมื่อแสงดับลง สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือขนนกสีขาวที่เปื้อนเลือดปลิวกระจายไปทั่วลานหินแห่งนั้น “ทุกอย่างจบแล้ว…” เอดวาร์ดพูดด้วยน้ำเสียงอันอ่อนแรง เขาค่อยๆล้มลง ปีกสีขาวของเขานั้นถูกย้อมด้วยเลือด เกรซคุกเข่าลงข้างๆร่างของเอดวาร์ด “คุณจะต้องไม่เป็นอะไรนะคะ เอดวาร์ด” เม็ดฝนเริ่มโปรยปราย ราวกับว่าผืนฟ้าจะร่ำไห้ไว้อาลัยแด่เขา…
ความจริงมีภาพประกอบด้วย แต่ส่งไปแล้วมันก็ไปลับเลยค่ะ -_-
เอามาให้อ่านกันสนุกๆน่อ ใครจำได้ว่าเกมอะไรก็ตอบเข้ามาได้นะคะ
แต่ไม่มีรางวัล
...
ใครอยากจะลองเอาไปลองเขียนต่อคำดูก็ไม่สงวนไอเดียนะคะ
หุหุ
ส่วนเกมไรนั้น ไม่รู้จ้า
#1 By คาโตเน่ on 2008-03-01 18:41